ผู้เชี่ยวชาญชี้ วิกฤต “โควิด-19” ไม่ได้ทำให้ธรรมชาติได้พักผ่อน

เมื่อวันที่ (27 เดือนพฤษภาคม 63) ในช่วงการระบาดของโรค “โควิด-19” สื่อมวลชนทั่วโลกต่างนำเสนอ “ด้านดี ๆ” ของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ นั่นคือ ธรรมชาติได้หยุดพัก เนื่องจากการที่มนุษย์ถูกสั่งห้ามออกจากบ้าน ทำให้เราได้เห็นภาพสัตว์ต่าง ๆ ออกมาใช้ชีวิตอย่างอิสระ เช่น เพนกวินเดินเตร่บนถนนในเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ จิงโจ้สนุกสนานอยู่ในเมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่สุนัขจิ้งจอกกินปูก็ออกสำรวจนอกเมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้มักมาพร้อมกับรายงานข่าวเรื่องมลภาวะทางอากาศที่ลดลง และมีท้องฟ้าที่สดใสมากขึ้นในเมืองใหญ่ต่าง ๆ อย่างกรุงเดลี ประเทศอินเดีย กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หรือแม้แต่ในลอสแอนเจลิส อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวเหล่านี้มักสร้างความเข้าใจผิดให้กับมนุษย์ ว่าธรรมชาติกำลังได้รับประโยชน์จากมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลก

แต่ในขณะที่เมืองใหญ่ดูเหมือนจะได้ประโยชน์ สถานการณ์ในพื้นที่ชนบทกลับแตกต่างกันอย่างลิบลับ พื้นที่เหล่านี้มีประชากรที่ไม่ได้มีฐานะ และทรัพยากรหลักที่พวกเขาพึ่งพิงก็คือ ธรรมชาติ ทั้งการออกล่าสัตว์ ตกปลา และการตัดต้นไม้เพื่อทำที่อยู่อาศัย กลุ่มคนที่ย้ายไปทำงานในตัวเมืองและรายได้หดหายหรือต้องตกงานเพราะสถานการณ์โควิด-19 ต่างก็มุ่งหน้ากลับไปที่บ้านเกิด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบกับธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่จะนำโรค โควิด-19 มาแพร่ระบาดในพื้นที่ชนบทก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

อ่านต่อ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *