สาวโวยเดือด ถนนสุดห่วยทำพ่อขับรถตกหลุม พวงมาลัยกระแทกจนไตฉีก

สาวโวยเดือด น.ส.วรรณธิดา เติมงาม อายุ 27 ปี โพสต์ภาพและข้อความผ่าน Facebook ชื่อ “Wanthida Toemngam” เป็นภาพบิดาของตัวเองนอนรักษาตัวใน รพ. และภาพถนนสภาพชำรุด เป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่ พร้อมข้อความระบายความรู้สึกเกี่ยวกับสภาพถนนว่า

“วันนี้มีอะไรจะมาเล่าให้ฟัง คือพ่อฟ้าอะ ขับรถตกหลุมแล้วพวงมาลัยกระแทกหน้าอก ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรใช่ป่ะ ก็แค่เรื่องขับรถตกหลุม แต่คุณรู้ไหมว่า พ่อฉันเลือดออกในช่องท้อง หมอมาตรวจดูอาการพบว่า “ไตแตก” คือนี่ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นแรงขนาดนี้ และเมื่อต้นปีพ่อก็ขับรถตกหลุมจนหัวฟาดพื้นตอนนั้นหัวแตก ก็ได้นอนโรงพยาบาล

ที่อยากจะมาเล่าคือ ถนนในหมู่บ้านอะเxี้ยมาก เxี้ยจริงๆ หลุมยิ่งกว่าดาวอังคาร เปลี่ยนนายก เปลี่ยน อบต ถนนก็ห่วยแตกเหมือนเดิมวะ ต้องไปร้องเรียนที่ใครวะ ชีวิตคนคนนึงอะมึง เข้าใจป่ะคำว่าไม่โดนกับครอบครัวคุณ คุณไม่เข้าใจหรอก ปีนี้ 2 รอบละ พ่อกูอะ ย้ำว่าแค่ขับรถตกหลุม!!!!! #ซ่อมสักทีเหอะถนนอะ ไม่ไหวจริงๆวะ ขอพูดหน่อย #อบตโคกสนวน อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ว่างๆ จะถ่ายถนนให้ได้ดูกันนะคะว่าห่วยแตกขนาดไหน”

สาวโวยเดือด ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ย.64) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังถนนสายดังกล่าว พบว่าถนนยังอยู่ในสภาพที่ชำรุดเป็นหลุมดังในภาพที่ผู้โพสต์นำไปโพสต์ ขณะที่นายสุรสิทธิ์ สิทธิเวช ปลัด อบต.โคกสนวน ก็ได้ลงพื้นที่ไปดูสภาพถนนจุดเกิดเหตุ พร้อมระบุว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสายบ้านระนามพลวง – โคกสนวน เชื่อมต่อ 3 ตำบล คือ ต.หนองโสน อ.นางรอง , ต.โคกสนวน อ.ชำนิ และ ต.เมืองยาง อ.ชำนิ ซึ่งถนนสายนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

ที่ผ่านมาก็มีการซ่อมแซมตามสภาพเช่นนำหินคลุกมาลง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในเบื้องต้น ก็ยอมรับว่าปัจจุบันสภาพถนนค่อนข้างชำรุดมีหลุมเกือบตลอดทั้งสายก็ทำให้พ่อแม่พี่น้องสัญจรไปมาด้วยความลำบาก

แต่อย่างไรก็ตามทราบจาก สจ.ในพื้นที่ว่าทาง อบจ.ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวใหม่ในต้นปีหน้าที่จะถึงนี้แล้ว ก็เชื่อว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะทำให้ประชาชนสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก และปลอดภัยมากขึ้น

ทั้งนี้ปลัด อบต.โคกสนวน ยังได้เดินทางไปเยี่ยมพ่อของครูสาวที่โพสต์ร้องเรียน ทราบว่าออกมาจาก รพ.มาพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่ก็ยังมีอาการเจ็บที่หน้าอก และหายใจติดขัดบ้าง

ขณะที่นางแก้วตา จันทร์สุข อายุ 61 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ถนนสายดังกล่าวไม่มีการพัฒนาปรับปรุงมานานหลายปีแล้วมาก ทั้งที่ระยะทางแค่ 4-5 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก และเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนที่ชำรุดบ่อยครั้ง เคยแจ้งไปยังทาง อบต. แต่ก็ไม่เห็นดำเนินการแก้ไขอะไร ก็อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และผู้สัญจรไปมา

รวบสาวปลอมเฟซบุ๊ก หลอกชายให้หลงรัก อ้างจะยอมหมั้นหมายกับผู้เสียหาย สุดท้ายสูญเงินกว่า 10 ล้าน

ตร.กองปราบปราม จับกุมสาวแสร้งรักหลอกชายหนุ่ม สูญเงินกว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ (7 พ.ย. 64) ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นางสาวชนกนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 252/2564 ลงวันที่ 6 พ.ย.2564 กล่าวหาว่า “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และฉ้อโกง” ซึ่งจับกุมได้บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา โดยเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยพฤติการณ์สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณต้นเดือน มิ.ย. 64 ผู้เสียหายรู้จักกับผู้ต้องหาผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยผู้ต้องหาใช้รูปหญิงสาวคนหนึ่ง อ้างชื่อ น.ส.นัดดา ในช่วงแรกผู้เสียหายโอนเงินตามที่ผู้ต้องหาร้องขอ เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่ามารดาเดือดร้อนต้องการใช้เงิน ผู้เสียหายจึงโอนเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารจำนวนหลายครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 210,700 บาท ต่อมาผู้ต้องหาทำทีพูดคุยตกลงหมั้นหมายกับผู้เสียหาย ด้านผู้เสียหายจึงยกเงินจำนวนดังกล่าวให้ โดยถือว่าเป็นค่าสินสอดทองหมั้น

จากนั้นผู้เสียหายกับผู้ต้องหาติดต่อพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊กเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 64 ผู้เสียหายตรวจพบว่าระหว่างวันที่ 19-30 มิ.ย. 64 ยอดเงินในบัญชีธนาคารหายจำนวน 2,641,000 บาท ซึ่งถูกโอนไปยังบัญชีผู้อื่น จำนวน 10 ครั้ง เป็นจำนวน 2,500,000 บาท ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความให้พนักงานสอบสวนติดตามหาตัวคนร้าย โดยระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้ทำการติดต่อมายังผู้เสียหายและยอมรับว่าตนเป็นคนโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อซื้อที่ดินกับต้นไม้ พร้อมขอร้องไม่ให้ผู้เสียหายดำเนินคดีกับตน โดยอ้างว่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้เสียหายอยู่แล้ว และในส่วนของเงินที่เอาไปจะรีบนำมาคืนให้โดยเร็ว ผู้เสียหายจึงไม่ดำเนินคดีตามคำขอของผู้ต้องหา

ต่อมาผู้ต้องหาออกอุบายหลอกลวงผู้เสียหายอีกครั้ง อ้างว่าอยากเปิดโรงงานและจดทะเบียนการค้าเพื่อทำธุรกิจ จึงขอให้ผู้เสียหายช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ผู้เสียหายจึงให้ผู้ต้องหานำที่ดินของผู้เสียหายเนื้อที่ 9 ไร่ ประกาศขายในราคาไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,700,000 บาท หากขายได้ก็จะแบ่งเงินช่วยเหลือในการทำธุรกิจดังกล่าว ซึ่งต่อมาประมาณช่วงเดือน ต.ค. 64 ผู้ต้องหาอ้างกับผู้เสียหายว่าขายที่ดินแปลงดังกล่าวได้แล้วในราคา 16,700,000 บาท และได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปทำสัญญาโอนขายที่ดินให้กับผู้ซื้อรายหนึ่งที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ โดยในวันทำสัญญาโอนขายที่ดิน ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ซื้อโอนเงินค่าซื้อขายที่ดินครบถ้วนแล้ว ผู้เสียหายจึงยอมลงชื่อในสัญญาโอนขายที่ดินดังกล่าว

ภายหลังผู้เสียหายพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จึงตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารของตน แต่พบว่าไม่มีเงินค่าซื้อขายที่ดินโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายแต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงสอบถามไปยังผู้ซื้อที่ดิน ทราบว่าผู้ต้องหาได้เสนอขายที่ดินให้กับผู้ซื้อในราคาเพียง 7,500,000 บาท และในวันทำสัญญาโอนขายที่ดิน ผู้ซื้อยืนยันว่าได้มอบเงินสดจำนวนดังกล่าวกับผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

สิ้น “ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร” อดีตรัฐมนตรีคลัง เสียชีวิตจากมะเร็งด้วยวัย 78 ปี

วันนี้ (7 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และนักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของไทย ถึงแก่อนิจกรรมลง เมื่อเวลา 15.18 น. ของวันนี้ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ด้วยโรคมะเร็ง สิริอายุ 78 ปี ญาติเตรียมนำร่างบำเพ็ญกุศลที่วัดต่อไป

สำหรับ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก่อนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อีกทั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน จากนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก่อนเป็นที่ปรึกษาของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร และประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช

นอกจากนี้ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ยังเคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) หลังเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ ปี 2554 อีกด้วย

ไฟไหม้โรงงานหลอมเม็ดพลาสติก จ.ระยอง เผยไหม้ซ้ำ 2 ครั้งในรอบ 3 เดือน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2564 ร.ต.อ.สุริยา กุลบุญญา ร้อยเวร สภ.นิคมพัฒนา ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ที่ โรงงานรีไซเคิลพลาสติก ม.7 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จึงประสานรถดับเพลิง เทศบาลตำบลมะขามคู่ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อสกัดต้นเพลิงทันที

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบกลุ่มควันพวยพุ่งจนดำทมึนไปทั่วท้องฟ้า จึงเข้าไปภายในจุดต้นเพลิง ซึ่งเป็นโรงงานหลอมเม็ดพลาสติกชั้นเดียวขนาดใหญ่บนเนื้อที่หลายไร่ พบเปลวเพลิงกำลังไหม้ภายในโรงงานอย่างรุนแรง โดยเบื้องต้นไม่มีพนักงานอยู่ภายในเพราะเป็นวันหยุด ต่อมารถดับเพลิงจำนวน 5 คัน ได้ระดมฉีดน้ำสกัดเข้าไปภายใน แต่ไม่สามารถเข้าไปในตัวโรงงานได้ เพราะโครงสร้างบางส่วนได้พังถล่มลงมา จึงทำได้เพียงฉีดน้ำสกัดจากนอกอาคาร ประกอบด้วยภายในมีเชื้อเพลิงเป็นเม็ดพลาสติก จึงทำให้ไฟลุกลามไปทั่วบริเวณ

นายกเทศมนตรีตำบลมะขามคู่ นายอมรเทพ เล็กโล่ง ได้เดินทางมาตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ จึงประสานรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยอีก เพราะเพลิงไฟยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยังลุกลามต่อเนื่องไปจนทั่วพื้นที่ของโรงงาน

ล่าสุดผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เปลวเพลิงและกลุ่มควันยังคงลุกลามไม่หยุด จึงได้เตรียมใช้โฟมฉีด เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นเม็ดพลาสติก ไม่สามารถใช้น้ำดับเพลิงได้ เมื่อใช้โฟมฉีดเพลิง พร้อมใช้น้ำฉีดสกัดรอบตัวโรงงาน เพื่อไม่ให้ลุกลามออกไปด้านนอกอาคารโรงงาน ก็ยังไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ จึงฉีดน้ำสกัดเข้าไปอีก เพื่อควบคุมไม่ให้ลุกลามออกไปนอกพื้นที่

นายอมรเทพ เล็กโล่ง นายกเทศมนตรี ตำบลมะขามคู่ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ในพื้นที่จำกัดแล้ว แต่ไฟยังคงลุกไหม้อยู่ เนื่องจากมีเชื้อเพลิงอยู่จำนวนมาก จึงทำได้คือการฉีดโฟมและน้ำหล่อเลี้ยงบริเวณรอบๆไว้ ส่วนเสียงระเบิดที่ดังขึ้น เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค้างอยู่ในเครื่องจักร ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนสาเหตุต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหลังเพลิงสงบ สำหรับโรงงานแห่งนี้เคยเกิดเพลิงไหม้มาแล้วเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ เสือ มังกร

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *