เนื้อเรื่อง Resident Evil (จบทั้ง 6 ภาค) – movie24h.com

เข้าสู่ Resident Evil 1 เดือนกันยายน ปี 2002 ณ ฐานลับหลักของอัมเบรลล่าที่ชื่อ The Hive (เดอะ ไฮฟ์) หรือ รวงผึ้ง ในใต้ดินเมืองแรคคูนซิตี้ ประเทศอเมริกา จึงมีชายลึกลับคนหนึ่ง ทำการขโมย ทีไวรัส ออกไปจากรวงผึ้ง ชายลึกลับคนนั้นยังได้ทิ้งทีไวรัสให้แตกกระจายสู่อากาศไว้ที่รวงผึ้งด้วยหนึ่งหลอดก่อนจะหนีไป ทีไวรัสจึงระเหยเข้าไปสู่ระบบทางเดินอากาศของรวงผึ้งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อระบบรักษาความปลอยภัยตรวจพบว่า ทีไวรัสแพร่กระจายอยู่ในระบบทางเดินอากาศทั้งฐานรวงผึ้ง ระบบรักษาความปลอดภัยจึงรายงานไปที่ เร้ดควีน ซึ่งควบคุมการวิจัยทีไวรัสทันที

เร้ดควีนไม่มีทางเลือก จึงดำเนินการตามขั้นตอนกักกันการแพร่เชื้อไม่ให้หลุดรอดออกไปจากรวงผึ้งได้ เร้ดควีนจึงปิดทางออกทุกๆทางของรวงผึ้ง และเปิดระบบน้ำให้ขังท่วมมนุษย์ทุกคน เพื่อสังหารมนุษย์ที่อยู่ในนี้ทั้งหมด

อัมเบรลล่าส่ง biohazard Team มาเก็บกวาดเพื่อปิดระบบเมนเฟรมของเร้ดควีนเพื่อปกปิดข้อมูลทั้งหมด ซึ่งทีมไบโอฮัซซาร์ดนำโดย James Shade หรือโค้ดเนม One เพราะเจมส์คือผู้นำทีม

ที่คฤหาสน์หรูหลังหนึ่งในแรคคูนซิตี้ (เป็นฉากบังหน้าสถานีรถไฟใต้ดินลับทางฉุกเฉินเข้ารวงผึ้ง) Janus Prospero หรือที่มีโค้ดเนมว่า Alice เจ้าหน้าที่สเปเชี่ยลลิสท์ฝีมือสูงของอัมเบรลล่า หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของรวงผึ้ง อลิซก็โดนเร้ดควีนสั่งรมแก้สยาสลบ เพราะเร้ดควีนสั่งปล่อยแก้สในฐานสำคัญต่างๆของเมืองแรคคูนซิตี้ด้วยนั่นเอง ซึ่งแก้สยาสลบนี้มีผลข้างเคียง คือทำให้อลิซความจำเสื่อมไปชั่วขณะ

5 ชั่วโมงต่อมา.. หลังจากทีไวรัสแพร่กระจายในรวงผึ้ง เมื่อทีมไบโอฮัซซาร์ดมาถึงบ้านของอลิซ ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดินที่วิ่งไปสู่รวงผึ้ง เจมส์รีบสั่งให้อลิซรายงานเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่อลิซกลับบอกว่าจำอะไรไม่ได้ ทีมไบโอฮัซซาร์ดจึงรู้ว่าอลิซความจำเสื่อมจากผลข้างเคียงของแก้ส และจำไม่ได้ว่าตนเองคือเจ้าหน้าที่เฝ้าทางเข้ารวงผึ้งนั่นเอง

ซึ่งนอกจากอลิซแล้ว ทีมไบโอฮัซซาร์ดก็พบกับชายลึกลับนามว่า Matt Addison ด้วยอีกคน ซึ่งแมทบอกว่าตนเองคือตำรวจในเมือง เข้ามาดูเหตุการณ์ผิดปกติในบ้านหลังนี้เพียงเท่านั้น (แท้จริงแล้วแมทคือนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)

ทีมไบโอฮัซซาร์ดจึงไม่มีทางเลือก และพาแมทกับอลิซลงไปยังชั้นใต้ดินสถานีรถไฟลับในคฤหาสน์ เพื่อเดินทางเข้าสู่รวงผึ้งต่อไป ในระหว่างการเดินทาง เจมส์ก็อธิบายอลิซไปเรื่อยๆว่าทุกอย่าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ระหว่างอยู่ในขบวนรถไฟใต้ดิน และกำลังวิ่งไปสู่รวงผึ้ง ทีมไบโอฮัซซาร์ดก็พบกับชายลึกลับอีกคนที่ชื่อ Spence หลบซ่อนอยู่ในรถไฟด้วย ซึ่งเค้าบอกว่าเค้าก็ความจำเสื่อมเช่นกัน อลิซคลับคล้ายคลับคลาว่าตนเองและสเปนซ์แต่งงานกัน แต่แท้จริงแล้ว สเปนซ์กับอลิซนั้นเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าทางเข้ารวงผึ้งทั้งคู่ แต่ปลอมตัวแต่งงานกันเพียงเท่านั้น

ที่ The Hive หรือ รวงผึ้ง ในใต้ดินเมืองแรคคูนซิตี้ เมื่อทีมไบโอฮัซซาร์ดเดินทางลงไปถึงรวงผึ้ง ทั้งทีมก็ต้องพบกับศพมากมายที่ถูกเร้ดควีนปล่อยให้จมน้ำ ทีมไบโอฮัซซาร์ดต้องอ้อมไปอีกทาง เพื่อนำเครื่องปิดสัญญาณไปทำลายห้องควบคุมระบบของเร้ดควีน ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา

เมื่อทีมไบโอฮัซซาร์ดอ้อมไปเข้าทางฝ่ายซ่อมบำรุง โดยลงไปยังชั้นใต้ดินที่ลึกเข้าไปอีก ทีมไบโอฮัซซาร์ดก็พบกับห้องที่มีตู้คอนเทนเนอร์นิรภัยมากมาย (อัมเบรลล่าแช่แข็งเก็บ The Licker ที่ถูกทดลองด้วยชีวพันธุกรรมดัดแปลงด้วยทีไวรัสไว้เพียบ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ในตู้มีตัวอะไร)

เจมส์ เชด หัวหน้าทีมไบโอฮัซซาร์ด จึงสั่งให้เรน และ เจดี ลูกทีมไบโอฮัซซาร์ดฝีมือดีสองคน เฝ้าห้องชั้นใต้ดินแห่งนี้เอาไว้ และเฝ้าแมทที่เป็นคนนอกไว้ด้วย

เจมส์นำลูกทีมไบโอฮัซซาร์ดที่เหลือ บุกเข้าไปในรวงผึ้ง เพื่อปิดระบบเร้ดควีนตามแผน รวมถึง อลิซ , สเปนซ์ ก็ต้องเข้าไปด้วย (เพราะยังไงสองคนนี้ก็เป็นคนของอัมเบรลล่าเช่นกัน)

แต่เมื่อทีมไบโอฮัซซาร์ดบุกเข้าไปถึง “ทางเข้า” ห้องควบคุมระบบเร้ดควีน ทีมไบโอฮัซซาร์ดก็ถูกระบบรักษาความปลอดภัยของเร้ดควีนสังหารที่ “ทางเข้า” แทบทั้งหมด

ทีมไบโอฮัซซาร์ดที่บุกห้องระบบเร้ดควีนจึงเหลือเพียง เชด แคปเลน เพียงคนเดียว เชดและอลิซเข้าไปถึงห้องระบบเร้ดควีนเพื่อปิดระบบเพียงสองคน ส่วนสเปนซ์ไม่ขอเข้าไปด้วย

เร้ดควีนพยายามขอร้องไม่ให้อลิซและเชดปิดระบบของเธอ ไม่งั้นทุกคนจะตายหมด แต่ทั้งสองก็ไม่ฟัง และปิดระบบเร้ดควีน เพื่อรีเซ็ตระบบในรวงผึ้งใหม่

ทันทีที่เร้ดควีนถูกปิด ระบบรักษาความปลอดภัยที่เร้ดควีนตั้งค่าไว้ก็ปลดล็อคทั้งหมด รวมถึงซอมบี้ที่เกิดมาจากศพที่ติดเชื้อทีไวรัส และ ลิคเกอร์(Licker) ซึ่งกำเนิดจากทีไวรัสในตู้แช่แข็ง ก็ถูกปลดปล่อยออกมาเพ่นพ่านเต็มรวงผึ้ง

อลิซ / เชด / สเปนซ์ / รีบออกมาสมทบกับ เจดี / แมท / เรน / ตอนนี้จึงมีผู้รอดชีวิตเพียง 6 คน ซึ่งเพียงไม่นานนักหลังจากระบบเร้ดควีนถูกปิด ฝูงซอมบี้ก็เริ่มโจมตีคนทั้ง 6 และเจดี ก็โดนซอมบี้ฆ่า

เหลือเพียงเรน / อลิซ / แมท / เชด / และ สเปนซ์ เพียง 5 คนที่ยังรอด และเรนก็ถูกซอมบี้กัดมือในการต่อสู้ ทำให้เรนติดเชื้อไวรัสที และกำลังจะกลายเป็นซอมบี้ไปอีกคน อลิซเสนอว่า ถ้าจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ ต้องไปเปิดระบบเร้ดควีนอีกครั้ง และครั้งนี้จะไม่มีใครปิดเร้ดควีนได้อีกเลย..

เร้ดควีน กลับมาออนไลน์ ซึ่งเมื่อทีมอลิซได้ข้อมูลพอสมควรจากเร้ดควีนแล้ว ทุกคนก็รีบหนี ซึ่งระหว่างหนี เชดก็ติดเชื้อและจนมุมซอมบี้ เชดจึงให้ทุกคนหนีไปโดยไม่ต้องห่วงตน ทางด้านอลิซก็เริ่มจะจำความได้แล้ว ว่าเธอเป็นใคร และกำลังจะทำอะไร..

ในความทรงจำของอลิซที่จำได้คือ อลิซกำลังจะเข้าไปขโมยทีไวรัสและยาต้านไวรัส เพื่อนำมามอบให้ Lisa Addison นักวิจัยของอัมเบรลล่า (ลิซ่าเป็นน้องสาวของแมท) เพราะอลิซและลิซ่าเห็นตรงกันว่า อัมเบรลล่ากำลังทำสิ่งเลวร้ายโดยการวิจัยทีไวรัสอยู่ อลิซต้องการให้ลิซ่าเปิดโปงเรื่องนี้ (อลิซหักหลังองค์กร)

ซึ่งสเปนซ์ ก็เริ่มจำความได้เช่นกัน ว่าตอนนั้นตนเองใช้เครื่องดักฟังทางไกล แอบฟังอลิซกับลิซ่าคุยกัน สเปนซ์จึงเข้าไปขโมยทีไวรัสตัดหน้าอลิซ เพื่อจะนำไปขายในตลาดมืด

กลับไปที่ต้นเรื่อง : คนที่ปล่อยทีไวรัสก็คือสเปนซ์นี่เอง ในระหว่างที่สเปนซ์แพร่เชื้อทีไวรัสในรวงผึ้ง และกำลังจะหนีไปในขบวนรถไฟ สเปนซ์ก็ถูกแก้สยาสลบที่เร้ดควีนปล่อยมาเข้าไปซะก่อน เลยยังไม่ทันได้หนีไปไกล และเชื้อทีไวรัสกับยาต้านไวรัส ก็ยังอยู่บนรถไฟ..

กลับมาในเวลาปกติ : เมื่อทุกคนรู้ความจริงกระจ่างแจ้ง อลิซพยายามจะแย่งปืนสเปนซ์ และมีซอมบี้ตัวหนึ่งแอบมากัดคอสเปนซ์ข้างหลัง สเปนซ์ใช้ปืนขู่ทุกคนไม่ให้ตามตนเองไป และขังอลิซ/เรน/แมท เอาไว้ในห้องนิรภัย สเปนซ์รีบกลับไปที่ขบวนรถไฟ เพื่อฉีดยาต้านทีไวรัส แต่สเปนซ์ก็โดนลิคเกอร์โจมตี และตายในขบวนรถไฟ

เชด หนึ่งในทีมไบโอฮัซซาร์ดกลับมาช่วยทุกคนหนีลิกเกอร์ และทั้ง 4 คนก็ซมซานมาจนถึงขบวนรถไฟข้างๆศพสเปนซ์ เพื่อนำยาต้านไวรัสฉีดให้เรนและเชด และอลิซ ก็ต้องใช้ขวานจามหัวสเปนซ์อีกครั้ง เพราะสเปนซ์กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว

บนขบวนรถไฟใต้ดิน ทางขึ้นสู่คฤหาสน์ ในที่สุด เชด / เรน / อลิซ / และ แมท ก็ขับรถไฟออกมาจากรวงผึ้งกันได้ 4 คน เชดและเรนได้รับยาต้านไวรัสแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ และเรนก็กลายร่างเป็นซอมบี้ในช่วงชุลมุนนี้พอดี

ทันใดนั้น ลิคเกอร์ที่วิวัฒนาการจากการได้กินดีเอนเอมนุษย์สดๆจากเนื้อสเปนซ์ จึงทำให้มันแกร่งขึ้น และเข้าโจมตีขบวนรถไฟ แมทโดนกรงเล็บของลิคเกอร์ข่วน ทำให้แมทติดเชื้อทีไวรัสไปอีกคน เชดโดนลิคเกอร์โฉบมางับหัว แมทยิงเรนที่เป็นซอมบี้เข้ากลางหัว และอลิซก็ฆ่าลิคเกอร์ได้

ที่คฤหาสน์หรูหลังหนึ่งในแรคคูนซิตี้ ตอนนี้ จึงมีผู้รอดชีวิตเพียง 2 คนออกมาจากรวงผึ้ง คือ อลิซ และ แมท ซึ่งเมื่อทั้งคู่ขึ้นไปถึงทางออกยังคฤหาสน์บนพื้นดินระดับปกติ และประตูทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินปิด ทีมนักวิทยาศาสตร์ใส่ชุดป้องกันรังสีก็เข้ามาจับทั้งคู่แยกกัน คำสุดท้ายที่อลิซได้ยิน คือแมทกำลังกลายพันธุ์ และอลิซก็โดนฉีดยาสลบไป

ทีมนักวิทยาศาสตร์กลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อพยายามจะเปิดรวงผึ้งอีกครั้ง ทันทีที่ประตูรวงผึ้งเปิดออก ฝูงซอมบี้และลิคเกอร์ก็โจมตีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ทันที และพวกซอมบี้กับลิคเกอร์ก็หลุดรอดออกมาสู่พื้นดินระดับปกติ พวกมันเริ่มแพร่เชื้อทีไวรัสไปทั่ว..

Resident Evil 2: Apocalypse

13 ชัวโมงต่อมา.. หลังจากทีไวรัสแพร่กระจายออกมาสู่พื้นผิวแผ่นดิน อัมเบรลล่าคิดจะปิดเมืองแรคคูนซิตี้ เพื่อป้องกันภัยพิบัติการแพร่เชื้อมรณะจำกัดไว้เพียงเมืองนี้ อัมเบรลล่าจึงส่งทีมเฉพาะกิจ เข้าไปนำตัวนักวิทยาศาสตร์ทุกๆคนที่ออกแบบระบบทุกๆอย่างของรวงผึ้งหนีออกจากเมือง รวมถึง Dr. Charles Ashford ผู้ออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในรวงผึ้งด้วย

ที่สถานีตำรวจเมืองแรคคูนซิตี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง Jill Valentine หนึ่งในหน่วยจู่โจมพิเศษที่ชื่อว่า The Special Tactics and Rescue Squad (S.T.A.R.S.) ล่วงรู้ว่าหายนะนี้มันเกินควบคุม และรู้ด้วยว่าต้องยิงผู้ติดเชื้อที่กลางหัว จิลจึงบอกให้ทุกคนที่ยังไม่ติดเชื้อหนีเอาตัวรอดให้หมด

ที่ศูนย์วิจัยอัลเบรลล่า เมืองแรคคูนซิตี้ Timothy Cain หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยเมืองแรคคูนซิตี้ ได้เปิดระบบของ “โปรเจค อลิซ” เพื่อปลุกอลิซให้ตื่นขึ้น (ทิโมธีทดลองภายใต้โครงการของดร.ไอแซค)

และเมื่ออลิซฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีสายระโยงระยางเต็มตัวในห้องทดลอง อลิซก็ตะเกียกตะกายออกมาจากห้องทดลอง โดยที่อลิซไม่พบมนุษย์เลยสักคนในศูนย์วิจัย

เมื่ออลิซเดินออกมาภายนอกศูนย์วิจัย อลิซก็พบว่า บัดนี้เมืองทั้งเมืองแรคคูนซิตี้ได้กลายเป็นเมืองหายนะไปแล้ว เนื่องจากอัมเบรลล่าไม่สามารถควบคุมทีไวรัสได้ และคนทั้งเมืองถ้าไม่หนีตายก็กลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว

ที่สะพาน Ravens Gate ทางออกเมืองแรคคูนซิตี้ ในช่วงหัวค่ำคืนเดียวกัน ประชาชนเมืองแรคคูนซิตี้ต่างมารวมกันอยู่ที่นี่ทั้งหมด เพื่อต้องการหนีออกจากเมือง รวมถึงตัวจิล วาเลนไทน์ ก็มาอยู่ที่สะพานนี้เช่นกัน แต่ ทิโมธี เคน ก็ไม่ปล่อยให้ใครออกจากเมืองแม้แต่คนเดียว ทุกคนจึงต้องหันหลังกลับเข้าเมือง

ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวอัมเบรลล่า ชานเมืองแรคคูนซิตี้ ทิโมธีพยายามกล่อมให้ดร.แอชฟอร์ดขึ้นฮ.หนีไปพร้อมๆกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ แต่ดร.แอชฟอร์ดไม่ยอมหนี ถ้าไม่มีแองจี้ลูกสาวตนไปด้วย (ทิโมธีส่งคนไปรับตัวแองจี้แล้ว แต่รถคว่ำ แองจี้จึงหนีไปหลบในโรงเรียนมัธยมแรคคูนซิตี้)

ดร.แอชฟอร์ดใช้คอมฯตรวจหาพิกัดของแองจี้ลูกสาวตน จึงพบว่าแองจี้อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแรคคูนซิตี้ ดร.แอชฟอร์ดจึงแฮคกล้องวงจรปิดเมือง เพื่อหาคนที่อยู่บริเวณนั้นที่พอจะไปช่วยลูกสาวตนได้..

ที่โบสถ์ในเมืองแรคคูนซิตี้ จิลพาเพื่อนในหน่วยหนึ่งคนและนักข่าวสาวหนีมาซ่อนตัวที่นี่ และทั้งสามก็ต้องปะทะกับลิคเกอร์ที่กลายพันธุ์ ทันใดนั้นอลิซก็ขี่มอเตอร์ไซค์โผล่เข้ามา และฆ่าลิคเกอร์ทั้งสามตัวลงไปได้ อลิซจึงร่วมทีมกับจิล และออกเดินทางด้วยกันต่อไป

ที่กลางเมืองแรคคูนซิตี้ Carlos Olivera หัวหน้าทีม Umbrella Biohazard Countermeasure Service operative หรือ U.B.C.S. ซึ่งเป็นหน่วยคอมมานโดบู๊แหลกของอัมเบรลล่า ก็พาทีมเข้าไปในเมืองแรคคูนซิตี้ เพื่อฆ่าซอมบี้ให้เกลี้ยง และเพื่อช่วยมนุษย์ที่ยังรอด แต่จนแล้วจนรอด ทีมคาลอสก็เหลือแค่ 3 คน และหนีซมซานเข้าไปในโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้

ที่สถานีตำรวจเมืองแรคคูนซิตี้ หน่วยสตาร์ส ( S.T.A.R.S. ) ก็ต้องปะทะกับสุดยอดนักล่ามือสังหารที่วิวัฒนาการมาจากโปรเจคเนเมซิสของอัมเบรลล่า เนเมซิสฆ่าหน่วยสตาร์สตายเกลี้ยงทั้งหน่วยอย่างง่ายดาย และนั่นคือคำสังจากทิโมธีที่ควบคุมเนเมซิสอยู่

ทีมจิล ใจกลางเมืองแรคคูนซิตี้ ดร.แอชฟอร์ดพยายามติดต่ออลิซได้สำเร็จ เพื่อให้ทีมจิลเดินทางไปที่โรงเรียนมัธยมแรคคูนซิตี้ และช่วยแองจี้ลูกสาวตนเองออกมา แลกกับที่ดร.แอชฟอร์ดจะบอกทางหนีออกจากเมืองแรคคูนซิตี้ และอลิซก็ตกลง

ขณะเดินทางไปโรงเรียนมัธยมแรคคูนซิตี้ ทีมจิลก็ต้องเผชิญหน้ากับเนเมซิส และเพื่อนในหน่วยสตาร์สคนสุดท้ายของจิลก็โดนเนเมซิสฆ่าตายอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หน่วยสตาร์สจึงเหลือจิลเพียงคนเดียวแล้ว อลิซรีบบอกให้จิลพานักข่าวสาวหนีไปก่อน อลิซจะสู้กับเนเมซิสเอง

และนี่คือสิ่งที่ทิโมธีรอคอยวางแผนเอาไว้ นั่นคือการให้ โปรเจคอลิซ และ โปรเจคเนเมซิส สู้กัน เพื่อดูว่าโปรเจคใดเหนือกว่ากัน ระหว่างอลิซที่ได้รับทีไวรัสทำให้แข็งแกร่งรวดเร็วและฉลาดประสาทสัมผัสสูงลิบ กับเนเมซิสที่แทบจะคงกระพันและทรงพลังทำตามโปรแกรมคำสั่งคิดเองไม่เป็น อลิซเกือบตาย แต่สุดท้ายก็หนีเนเมซิสจนได้

ที่โรงเรียนมัธยมแรคคูนซิตี้ ทีมจิลก็เดินทางมาถึงโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมๆกับที่ทีมคาลอสก็มาถึงเช่นกัน (จุดนี้คาลอสโดนกัดติดเชื้อไวรัสทีไปแล้ว) และนักข่าวสาวที่มากับจิล ก็โดนซอมบี้เด็กกัดตายไปอีกคน

จิลพบตัวของแองจี้จนได้ และทุกคนก็มาเจอกันพอดี โชคดีที่แองจี้มียาต้านทีไวรัสซึ่งดร.แอชฟอร์ดให้เก็บติดตัวไว้ ทำให้คาลอสรอดตาย ทีมจิลจึงมีคาลอสมาร่วมทีมอีกคน (แองจี้เป็นโรคไม่แข็งแรง จึงโดนฉีดเชิ้อทีไวรัสอ่อนๆไว้เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และยาต้านไวรัสก็เพื่อไม่ให้แองจี้กลายพันธุ์เป็นซอมบี้)

และทั้งหมดก็ออกเดินทางไปที่จุดนัดพบ ซึ่งมีเฮลิคอปเตอร์ของอัมเบรลล่าจอดรออยู่ ทีมจิลต้องชิงฮ.ลำนั้นมาให้ได้ (ระหว่างทาง จิลให้อลิซอัดวีดีโอทุกๆอย่างที่เธอรู้เอาไว้ในแฮนดี้แคม)

ที่ยอดตึกกลางเมืองแรคคูนซิตี้ อลิซต้องปะทะกับเนเมซิสอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อลิซสามารถเอาชนะเนเมซิสได้ ซึ่งทันทีที่อลิซสัมผัสตัวเนเมซิส อลิซก็รับรู้ทันทีว่า เนเมซิสก็คือแมท เพื่อนที่รอดตายออกมาจากรวงผึ้งด้วยกัน (อลิซมีพลังจิตด้วย)

ทิโมธีจับตัวทีมจิลได้ทั้งหมด ฆ่าดร.แอชฟอร์ด และสั่งให้เนเมซิสฆ่าอลิซ แต่เนเมซิสซึ่งมีความทรงจำของแมทหลงเหลืออยู่ ก็หันมาช่วยอลิซแทน ที่สุดแล้วทีมอลิซก็หนีขึ้นฮ.ไปได้ ทิโมธีถูกทิ้งให้ฝูงซอมบี้รุมกิน และเนเมซิสก็ตายจากการช่วยอลิซ

หลังจากฮ.บินขึ้นเพียง 5 นาที จรวดนิวเคลียร์ก็พุ่งมาระเบิดเหนือใจกลางเมืองแรคคูนซิตี้ตามคำสั่งสุดท้ายของทิโมธี ฮ.ของอลิซโดนแรงระเบิดนิวเคลียร์เต็มๆ ทำให้ฮ.กำลังจะตก และอลิซก็บาดเจ็บสาหัสจากชิ้นส่วนเหล็กชิ้นใหญ่พุ่งมาปักพุง

2 ชั่วโมงต่อมา.. ที่เทือกเขาอาร์เคลย์ นอกเมืองแรคคูนซิตี้ ทีมค้นหาของอัมเบรลล่านำโดย ดร.ไอแซค ก็รีบรุดมาจุดที่ฮ.ตก และพบศพของอลิซเพียงคนเดียว ดร.ไอแซคจึงนำศพอลิซกลับไปทดลองในโปรเจคอลิซระยะสองต่อไป

3 สัปดาห์ต่อมา.. ข่าวทั่วทั้งโลกก็รายงานว่า เหตุการณ์ในแรคคูนซิตี้ เกิดขึ้นจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิด ไม่ได้เกี่ยวกับเชิ้อทีไวรัสระบาดแต่อย่างใด และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องลวงโลกการแพร่เชื้อซอมบี้ ก็คือผู้ร้ายหลบหนีที่ชื่อ จิล วาเลนไทน์ และ คาลอส โอลิเวร่า

ถึงแม้อัมเบรลล่าจะปกปิดความผิด แต่หายนะก็เกิดขึ้นแล้ว ทีไวรัสมิอาจถูกทำลายไปกับเมืองแรคคูนซิตี้ได้ง่ายๆอย่างนั้น เพราะบัดนี้มันแพร่กระจายออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยที่คนทั่วโลกก็ยังไม่รู้ตัว..

ที่ศูนย์วิจัยลับของอัมเบรลล่าในเมืองดีทรอย ดร.ไอแซค นำศพของอลิซมาทดลอง และคืนชีพให้อลิซอีกครั้ง อลิซตื่นขึ้นมาโดยจำอะไรไม่ได้เลย และมีลักษณะเหมือนเด็กเพิ่งเกิด แต่เพียงไม่นาน ความทรงจำอลิซก็กลับมาครบ และหนีออกจากห้องทดลองทันที (ใช้พลังจิตได้สูงขึ้นแล้วด้วย)

เมื่ออลิซฝ่าออกมา จิลและคาลอสก็ปลอมตัวมารอรับอลิซหนีไปด้วยกัน โดยตอนนี้อลิซอยู่ในโปรเจคระยะสองแล้ว (ติดตามตัวได้ว่าอยู่ที่ใด แต่ควบคุมไม่ได้เช่นเดิม) ดร.ไอแซคจึงสั่งให้รปภ.ปล่อยตัวอลิซและพรรคพวกออกไป

หลังจากอลิซหนีออกมาได้ไม่นาน อลิซก็รู้ตัวว่าตนเองถูกแกะรอยจากอัมเบรลล่าตลอดเวลา อลิซจึงหนีพวกเพื่อนๆออกไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว อลิซบุกเข้าศูนย์ดาวเทียมอัมเบรลล่า เพื่อดูช่วงเวลาและพิกัดดาวเทียมเพื่อหลบหนีอัมเบรลล่า จิลและคาลอสก็แยกทางกันเช่นกัน

Resident Evil 3: Extinction

5 ปีที่ผ่านไป.. โลกก็ถึงคราวล่มสลาย ทุกแห่งทั่วโลกกลายเป็นทะเลทรายแห้งแล้งทั้งหมด เพราะเชื้อทีไวรัสทำลายทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า..

ที่ศูนย์วิจัยลับของอัมเบรลล่าในอเมริกาเหนือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดร.ไอแซคนำดีเอนเอของอลิซมาโคลนนิ่งมากมาย เนื่องจากมีอลิซเพียงคนเดียวในโลก ที่ได้รับเชื้อทีไวรัส แล้วไม่กลายร่าง แต่โคลนนิ่งของอลิซก็ไม่สามารถมีประสิทธิภาพเท่าตัวจริงของอลิซได้สักคน

ด้านทางอลิซ ก็เดินทางโดดเดี่ยวคนเดียวมาตลอด 5 ปี จนในที่สุด อลิซก็ได้เบาะแสจุดหมายว่า ที่อลาสก้าน่าจะยังเป็นเขตปลอดทีไวรัส อลิซจึงคิดเดินทางไปที่อลาสก้า

ที่กลางถนนสักแห่งในอเมริกา คาลอส โอลิเวร่า ก็มาร่วมทีมกับ Claire Redfield เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต โดยทีมแคลร์เดินทางกันอย่างไม่มีจุดหมาย

จนกระทั่งวันหนึ่ง ทีมแคลร์โดนอีกาฝูงใหญ่ที่ติดเชิ้อทีไวรัสโจมตี อลิซผ่านมาพอดี และใช้พลังจิตของเธอควบคุมเปลวไฟเผาผลาญอีกาทั้งหมดบนท้องฟ้า.. (เปลวไฟมาจากไฟที่ไหม้อยู่ก่อนแล้ว แต่อลิซบังคับทิศทางไฟเท่านั้น)

ที่ศูนย์วิจัยลับของอัมเบรลล่าในอเมริกาเหนือ การใช้พลังจิตของอลิซ ก็ล่วงรู้ไปถึง White Queen ปัญญาประดิษฐ์อีกตนที่ประจำฐานนี้ ไวท์ควีนรายงานดร.ไอแซคทันที

ดาวเทียมอัมเบรลล่าจึงจับตาดูบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์พลังจิตอลิซ จนในที่สุด ดร.ไอแซคก็พบตัวอลิซ แต่ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ผู้ฆ่าเจมส์พ่ออลิเซีย ซึ่งบัดนี้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอัมเบรลล่า อยากให้ระบุตัวตนชัวร์กว่านี้ ค่อยตามล่าอลิซ

ที่กองคาราวานทีมแคลร์ อลิซก็ได้รู้จักกับสาวน้อยที่ชื่อ เค-มาร์ท หนึ่งในเด็กสาวที่แคลร์ช่วยเหลือไว้ และอลิซยังได้เสนอให้แคลร์นำลูกทีมของแคลร์เดินทางไปอลาสก้า ซึ่งทุกคนก็ยินดีไป ทีมแคลร์จึงมีจุดหมายปลายทางแล้ว

ที่ลาสเวกัส กองคาราวานทีมแคลร์ที่กำลังเดินทางหาน้ำมัน ก็ต้องเจอกับฝูงซอมบี้มากมายที่ดร.ไอแซคทดลองและเอามาปล่อยที่นี่ ซึ่งดร.ไอแซคก็มาซุ่มรออยู่ด้วยเช่นกัน เมื่ออลิซรู้ว่าดร.ไอแซคอยู่บริเวณนั้น อลิซก็บุกไปฆ่าลูกทีมดร.ไอแซคทั้งหมด

ตัวดร.ไอแซคโดนซอมบี้ของตนเองกัดและขึ้นฮ.หนีอลิซไปได้ (ซอมบี้ที่มีเลือดโคลนนิ่งของอลิซเจือปน) อลิซใช้ให้เค-มาร์ทดูคอมฯของลูกทีมดร.ไอแซคว่า ฮ.กลับไปที่ไหน เพราะอลิซหวังใช้ฮ.เดินทางไปอลาสก้านั่นเอง

ที่รอบนอกฐานลับอัมเบรลล่าของดร.ไอแซค หลังจากแกะรอยพิกัดฐานดร.ไอแซคได้แล้ว ทีมแคลร์ก็เตรียมบุกทันที คาลอสซึ่งถูกกัด (อีกแล้ว) ขอสละชีวิตขับรถน้ำมันตะลุยดงซอมบี้ที่อยู่รอบๆฐานของดร.ไอแซค และจุดระเบิดแหวกทางให้แคลร์และเคมาร์ท พร้อมด้วยเด็กๆกองคาราวานของเธอ ขึ้นฮ.เพื่อไปอลาสก้า

ส่วนอลิซไม่ไปด้วย ขออยู่ลุยฐานลับดร.ไอแซคดีกว่า ก่อนอลิซลงไปในฐานใต้ดิน อลิซก็พบกับศพโคลนนิ่งของตนเองมากมาย อลิซยิ่งเดือดหนักเข้าไปอีก

และเมื่อเข้าไปแค่เพียงทางเข้า อลิซก็พบกับ White Queen ก่อนเป็นด่านแรก ซึ่งไวท์ควีนขังดร.ไอแซคไว้ให้อลิซ ไวท์ควีนประเมินว่า เลือดของอลิซสามารถแก้เชื้อทีไวรัสได้

ที่ศูนย์วิจัยลับของอัมเบรลล่าในอเมริกาเหนือ อลิซจึงบุกลงไปในฐานอย่างง่ายดายเพราะไวท์ควีนช่วย และพบกับโคลนนิ่งของตนเองที่ยังไม่ออกมาจากหลอดทดลอง ทำให้อลิซสะเทือนใจมาก

หลังจากนั้น อลิซเข้าไปสู้กับ ดร.ไอแซค ซึ่งติดเชื้อกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาด ที่ยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่เหมือนเดิม และร่างกายซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็ว ทั้งคู่สู้กันอย่างดุเดือดในห้องเลเซอร์นิรภัย จนอลิซหมดแรงและกำลังจะแพ้

แต่โชคดีที่โคลนนิ่งของอลิซตัวนึงที่ฟื้นสติขึ้นมาได้ช่วยอลิซตัวจริงเอาไว้ อลิซเลยรอด และดร.ไอแซคก็ตายด้วยกับดักเลเซอร์นิรภัย เหมือนที่ทีมไบโอฮัซซาร์ดโดนที่รวงผึ้ง (ดร.ไอแซคจำลองพื้นที่ส่วนนึงให้เหมือนกับที่รวงผึ้ง)

ที่ฐานลับใหญ่ของอัมเบรลล่าในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อลิซติดต่อโฮโลแกรมจากห้องทำงานดร.ไอแซคไปถึงที่ประชุมบอร์ดอัมเบรลล่า ซึ่งที่นั่นคือที่ทำงานของ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ประธานบริษัทอัมเบรลล่า เพื่อบอกว่าเธอจะไปพบกับทุกคนเอง โดยอลิซจะพาโคลนนิ่งของเธอไปด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ดร.ไอแซคพยายามจะโคลนนิ่งอลิซเกือบร้อยตัวเอามาทดลอง แต่ไม่เคยสบความสำเร็จเลย นั่นก็เพราะโคลนนิ่งโปรเจ็คอลิซทุกตัว จะเชื่อมโยงจิตถึงกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้โคลนนิ่งอลิซทุกตัวที่อลิซตัวจริงต้นแบบไปสัมผัส จึงฟื้นขึ้นมาโดยมีอลิซต้นแบบเป็นโค้ช และเก่งกาจสูสีกับอลิซตัวต้นแบบแทบไม่แตกต่าง ไม่เหมือนกับที่ดร.ไอแซคเคยพยายามแต่ไม่เคยสำเร็จ

Resident Evil 4: Afterlife

หลายสัปดาห์ต่อมา.. อลิซพร้อมกับโคลนนิ่งหลายสิบตัวของเธอ ก็บุกฐานใหญ่ของอัมเบรลล่าในโตเกียว และถล่มฐานซะเรียบ เวสเกอร์ขึ้นฮ.หนีไปได้พร้อมกับกดปุ่มคำสั่งระเบิดฐานทิ้ง ทำให้โคลนนิ่งของอลิซตายหมด ยกเว้นร่างต้นของอลิซ ที่แอบขึ้นฮ.ไปกับเวสเกอร์ด้วย

เวสเกอร์ฉีดยาสลายทีไวรัสใส่อลิซ ทำให้อลิซกลับเป็นมนุษย์เหมือนเช่นเดิมแล้ว ไม่มีพลังพิเศษแล้ว และฮ.ก็พุ่งชนภูเขา อลิซรอดตายมาได้ โดยไม่รู้ชะตากรรมของเวสเกอร์ว่าเป็นยังไง

6 เดือนต่อมา.. อลิซมุ่งหน้าไปที่เมืองอเคเดีย อลาสก้า เพื่อไปพบกับเค-มาร์ทและแคลร์ แต่ที่นั่นกลับไม่มีคนอยู่เลย ทันใดนั้นก็มีหญิงลึกลับจู่โจมอลิซ อลิซจึงซัดซะหมอบ ก่อนจะรู้ว่าหญิงลึกลับคนนั้นคือแคลร์ และมี The Scarab ติดอยู่บนหน้าอกของแคลร์ด้วย อลิซจึงแกะ The Scarab บนหน้าอกแคลร์ออก

เมื่อแคลร์ฟื้น แคลร์ก็ยังจำอะไรไม่ได้ อลิซจึงพาแคลร์เดินทางออกจากอเคเดีย และบินมุ่งหน้าไปที่ลอสแองเจิลลิส อลิซพบกลุ่มผู้รอดชีวิตอยู่บนดาดฟ้าตึก The Citadel Correctional Facility อลิซจึงพยายามลงจอดบนตึกให้ได้..

ที่ The Citadel Correctional Facility แต่อลิซก็ได้ข้อมูลใหม่จาก Luther West หนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิต ว่าอเคเดียไม่ใช่เมืองในอลาสก้า หากแต่เป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ที่ลอยลำอยู่กลางทะเลต่างหาก และเมื่อใช้กล้องส่องทางไกล ก็สามารถมองเห็นเรือที่ว่านั้นได้จากที่นี่เลย

ด้านทางแคลร์ก็เริ่มจำได้แล้วว่า ตอนนั้นเธอและเค-มาร์ทไปถึงที่ชายหาดอลาสก้า และมีคนกลุ่มนึงขับเรือเล็กมาจากเรือเดินสมุทร และขึ้นฝั่งมา จากนั้นแคลร์ก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ไม่รู้ว่าเพื่อนๆหายไปไหน จนกระทั่งพบอลิซในภายหลัง

ในคืนนั้น ลูเธอร์ก็บอกอลิซว่า พวกเขาขังคนผู้นึงเอาไว้ชั้นใต้ดิน เมื่ออลิซไปพูดคุย จึงรู้ว่าชายผู้นั้นชื่อ Chris และคริสอ้างว่าเค้าคือผู้คุมนักโทษ แต่ซวยถูกจับมาขังซะเองตอนกำลังชุลมุนซอมบี้ยึดเมือง

ในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกซอมบี้กลายพันธุ์ได้บุกเข้ามาทางห้องอาบน้ำของที่นี่ กลุ่มผู้รอดชีวิตจึงปรึกษากันว่า จะต้องปล่อยคริสออกมา เพราะคริสบอกว่าตนเองรู้วิธีหนี ทันทีที่คริสออกจากที่คุมขังและเห็นหน้าแคลร์ ทุกคนจึงรู้ว่าแคลร์และคริสเป็นพี่น้องกัน

ซึ่งในที่สุด กลุ่มผู้รอดชีวิตก็ตายหมด รวมถึงลูเธอร์ ก็หายสาปสูญไม่รู้เป็นตายร้ายดี แคลร์ / คริส / และ อลิซ จึงรอดมาเพียงสามคน และขับเรือเล็กไปขึ้นเรือเดินสมุทรอเคเดียได้สำเร็จ

บนเรืออเคเดีย เมื่อแคลร์เห็นสัญลักษณ์อัมเบรลล่าบนเรืออเคเดีย แคลร์ก็จำอดีตได้แล้ว ว่าคนของอัมเบรลล่าไปติด The Scarab บนหน้าอกทุกคนบนชายหาดอลาสก้า และจับตัวมาที่นี่ แต่แคลร์หนีมาได้คนเดียวในตอนนั้น

ทั้งสามคนพบกับผู้คนมากมายที่โดนอัมเบรลล่าจับมา รวมถึงเค-มาร์ทด้วย ซึ่งเค-มาร์ทก็สูญเสียความทรงจำไปเช่นกัน แคลร์จึงแกะ The Scarab ออกจากหน้าอกเค-มาร์ท และรีบปล่อยทุกคน

เมื่ออลิซบุกเข้าไปกลางเรือ ก็พบกับเวสเกอร์ที่รอดจากเครื่องบินตกเช่นกัน เวสเกอร์รอดมาได้เพราะเชื้อทีไวรัสไปคืนชีพให้ และเพื่อป้องกันการกลายร่างถาวร เวสเกอร์จึงต้องกินมนุษย์เพื่อดีเอ็นเอสดๆ คงความเป็นมนุษย์เอาไว้ เวสเกอร์ต้องการดีเอ็นเอของอลิซที่สุด เพราะอลิซคนเดียวที่ต่อต้านทีไวรัสได้

เวสเกอร์ตายยากตายเย็น และหนีไปขึ้นฮ.หนีอีกครั้ง แต่คราวนี้อลิซนำระเบิดไปกับฮ.เวสเกอร์ด้วย เพราะรู้มุกเก่าเวสเกอร์ ว่าต้องกดระเบิดทำลายเรืออีกแน่นอน ทันทีที่เวสเกอร์กดชนวนระเบิด จึงกลายเป็นการระเบิดฮ.ตนเอง

ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจว่าทุกคนปลอดภัยแล้ว ฮ.อีกนับสิบลำพร้อมด้วยกำลังหน่วยรบของอัมเบรลล่าก็บุกมาที่เรืออเคเดีย ซึ่งผู้นำกองกำลังนี้ก็คือ จิล วาเลนไทน์ ที่โดนอัมเบรลล่าล้างสมองนั่นเอง

Resident Evil 5: Retribution

ที่เรืออเคเดีย จิลนำกองกำลังจัดหนักพวกของอลิซบนเรืออเคเดีย การสู้กันนั้นระเบิดเถิดเทิง จนกระทั่งอลิซยิงฮ.ร่วง และตกลงมาระเบิดใส่ใกล้ๆตนเอง อลิซหนีไม่ทันจึงโดนแรงระเบิดซัดตกน้ำสลบไปเลย

ที่ Umbrella Prime ใต้ทะเลน้ำแข็งในรัสเซีย หลายวันต่อมา อลิซตื่นขึ้นมาอีกครั้งในอัมเบรลล่าไพรม์ โดยมีจิลคอยสอบสวน (ซึ่งจิลนั้นจับคริสกับแคลร์มาขังไว้ในเรืออเคเดียที่เดิมนั่นแหละ)

หลังจากจิลสอบสวนอลิซได้สักพัก ระบบเร้ดควีนก็ถูกใครบางคนแฮค ทำให้จิลและหน่วยพิเศษคนอื่นๆที่โดนควบคุมน็อคไป พร้อมกับที่ห้องขังของอลิซเปิดออก แต่เพียงครู่เดียว จิลก็ฟื้น ซึ่งก็ไม่ทัน อลิซหนีไปแล้ว

อลิซพบกับ Ada Wong สเปเชี่ยลลิสท์นักฆ่าฝีมือสูงของเวสเกอร์ ที่บุกเข้ามาช่วยอลิสโดยเฉพาะ เวสเกอร์ทำทีว่าต้องการร่วมมือกับอลิซเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องไม่สูญพันธุ์ โดยเวสเกอร์หลอกอลิซว่าตนกับเร้ดควีนไม่ใช่พวกเดียวกันแล้วนั่นเอง

เวสเกอร์จ้างสไตรท์ทีมพิเศษ เพื่อบุกลงมาทะเลน้ำแข็ง และพาตัวเอด้าและอลิซออกไปจากอัมเบรลล่าไพรม์ภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนเอด้าและอลิซก็ต้องไปรอที่จุดนัดพบ เอด้าบอกอลิซว่า สไตรท์ทีมนี้มี ลูเธอร์ เวสท์ เพื่อนของอลิซมาด้วย

ในระหว่างที่อลิซกับเอด้าหนี จิลก็พากองกำลังไล่ล่าอลิซตามไปติดๆ ซึ่งสถานที่อัลเบรลล่าไพรม์นั้น ใหญ่โตมโหฬารกว้างใหญ่ไพศาล โดยจำลองเมืองใหญ่ทั่วโลกมามากมายหลายเมือง

เอด้ากับอลิซต้องฝ่าเมืองจำลองต่างๆออกมา และเผชิญหน้ากับชีวภาพทดลองมหาโหดหลายสิ่งตลอดทางที่หนี รวมถึงโคลนนิ่งของ เจมส์ เชด และโคลนนิ่งของ เรน แห่งทีมไบโอฮัซซาร์ดด้วย

ที่สุดแล้ว อลิซก็ขึ้นมาถึงพื้นทะเลน้ำแข็งประเทศรัสเซีย พร้อมๆกับลูเธอร์และลีออน (ลีออนเป็นหนึ่งในสไตรท์ทีม และเป็นคู่รักไอด้า คนอื่นๆในสไตรท์ทีมตายหมด) แต่โคลนนิ่งของเรนกับจิลก็ตามขึ้นมาทันเช่นกัน พร้อมกับที่จิลและเรนจับตัวเอด้าขึ้นมาด้วย

ทั้งสองฝ่ายเข้าต่อสู้กัน อลิซพยายามจะช่วยคืนสติจิล จึงไม่พยายามลงมือรุนแรงมากนัก ซึ่งในที่สุด อลิซก็กระชาก The Scarab ออกจากหน้าอกจิลได้สำเร็จ จิลจึงหลุดจากการควบคุมของเร้ดควีน ด้านทางโคลนนิ่งของเรนก็ฆ่าลูเธอร์ และเรนก็ตกลงไปในทะเลน้ำแข็ง โดนซอมบี้ในน้ำแข็งกินตายอย่างอนาถ

ที่ทำเนียบขาว เอด้า / ลีออน / จิล / และ อลิซ ทั้งสี่คนนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปหาเวสเกอร์ที่กรุงวอชิงตันดีซี ฐานปฎิบัติการเฉพาะกิจเพื่อต่อต้านซอมบี้และตัวประหลาดผู้ติดทีไวรัส

เวสเกอร์ฉีดทีไวรัสทีเข้าไปในร่างอลิซอีกครั้ง เพื่อให้อลิซกลับมามีความสามารถเหนือมนุษย์อีกครั้ง ตอนนี้จึงมีเพียงนักสู้ห้าคนนี้เท่านั้น ที่ยืนหยัดเป็นผู้นำมวลมนุษย์สู้กับผู้ติดเชื้อไวรัสที..

แต่นี่ คือแผนของเวสเกอร์ ที่ล่อทุกคนมาตายหมด เหลือรอดเพียง อลิซ เพียงคนเดียว เพราะแท้จริงแล้วเวสเกอร์กับไอแซคต้องการล้างโลกใบนี้นั่นเอง

Resident Evil 6: The Final Chapter

อลิเซีย ลูกสาวของ เจมส์ มาร์คัส ผู้ก่อตั้งอัมเบรลล่า จงใจปล่อยเทปวีดีโอเข้าระบบเร้ดควีน ถึงการประชุมเมื่อ 10 ปี ก่อน ที่ไอแซคคิดจะล้างโลกด้วยทีไวรัส เร้ดควีน จึงเกิดมีสำนึกกลับใจหันมาช่วยมนุษยชาติ แต่เร้ดควีนไม่สามารถกำจัดไอแซคและเวสเกอร์ได้ เพราะถูกโปรแกรมไว้ว่าห้ามโจมตีผู้บริหารอัมเบรลล่า เร้ดเควีนจึงตามหาอลิซ เพื่อให้อลิซทำลายอัมเบรลล่าเอง

เร้ดควีนแจ้งกับอลิซว่า มนุษย์เหลือเพียง 4,472 คนบนโลก และภายใน 48 ชั่วโมง ทุกคนบนโลกจะตายหมด ทางรอดเดียวของมนุษยชาติก็คือ อลิซต้องกลับไปที่เมืองแรคคูนซิตี้ ลงไปในรวงผึ้ง เพราะอัมเบรลล่าผลิตยาฆ่าทีไวรัสได้แล้ว ซึ่งเมื่อปล่อยมันสู่อากาศ มันจะทำลายทีไวรัสเป็นลูกโซ่ทั้งหมดทันที นั่นหมายความว่าทุกสิ่งที่มีทีไวรัสในร่างจะตายหมด ซอมบี้ทุกตัวนั่นเอง

ระหว่างทางที่อลิซเดินทางไปแรคคูนซิตี้ อลิซก็ต้องพบกับไอแซค อลิซจึงรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ไอแซคที่เธอฆ่าไปนั้นคือโคลนนิ่ง ซึ่งไอแซคที่ไล่จับอลิซก็โคลนนิ่งเช่นกัน แต่อลิซก็หนีโคลนนิ่งไอแซคมาได้

โคลนนิ่งไอแซค นำขบวนรถคาราวาน ที่มีฝูงซอมบี้ตามมาเป็นขบวนมหึมา มุ่งหน้าไล่ตามอลิซ และอลิซก็เดินทางมาจนถึงฐานที่มั่นของ ด็อก ในเมืองแร็คคูนซิตี้ ซึ่งด็อกช่วยเหลือ แคลร์ เพื่อนเก่าของอลิซเอาไว้

อลิซและทีมของแคลร์ลงไปในรวงผึ้ง และตายแทบทั้งหมด เหลือเพียงด็อกกับแคลร์และอลิซ เมื่ออลิซบุกถึงตัวไอแซคตัวจริงใจกลางรวงผึ้ง ก็ต้องพบว่า ไอแซคถือยาฆ่าทีไวรัสไว้ และบอกให้อลิซยอมแพ้ซะ ด็อกก็เผยตัวว่าตนเองคือหนอนบ่อนไส้ในตอนนี้ พร้อมกับที่แคลร์โดนเวสเกอร์จับตัวได้

ทันใดนั้น อลิเซีย ก็ปรากฎตัวขึ้น อลิซจึงรู้ความจริงว่า ตนเองคือร่างโคลนนิ่งของอลิเซียอีกที อลิเซียใช้สิทธิ์ที่ตนเองถือหุ้นอัมเบรลล่า 50% ไล่เวสเกอร์ออก ผลทำให้เร้ดควีนโจมตีเวสเกอร์ได้ อลิซและแคลร์จึงหันไปโจมตีไอแซค ที่ถือเอายาฆ่าทีไวรัสหนีออกไป แคลร์ฆ่าด็อกที่ทรยศพวกพ้อง

ในที่สุด อลิซก็แย่งยาฆ่าทีไวรัสมาจากไอแซคได้ ขณะที่อลิซขึ้นไปถึงผืนแผ่นดิน และกำลังจะปล่อยยาฆ่าทีไวรัส ไอแซคตัวจริงก็มาแย่งยาไปอีกครั้ง แต่แล้ว โคลนนิ่งไอแซคก็โผล่มาพร้อมกับฝูงซอมบี้ และฆ่าไอแซคตัวจริงลงไป เพราะผิดหวังที่รู้ตัวว่าตนเองเป็นแค่โคลนนิ่ง หลังจากนั้น โคลนนิ่งไอแซคก็โดนฝูงซอมบี้รุมกินตายไปอีกคน

อลิซปล่อยทีไวรัส ผลทำให้ซอมบี้ตายหมด และอลิซก็สลบไปแต่ยังไม่ตาย ยาไปฆ่าเพียงทีไวรัสในตัวอลิซ เร้ดควีนนำความทรงจำของอลิเซียในวัยเด็กและวัยชรามามอบให้อลิซ เพื่อที่อลิซจะได้มีความทรงจำสมกับเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

ยาฆ่าทีไวรัส จะใช้เวลาอีกซักพักลอยไปตามสายลม เพื่อฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ติดเชื้อทีไวรัสจนหมดโลก..

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *