เปิดประวัติ “ลุงเจ๊ก” สายเปย์คนใหม่ เปย์สาวมาแล้ว 15 คน

“ลุงเจ๊ก” ลุงวัย 63 ปี เผยเปย์สาวมาแล้ว 15 คน ไม่เคยแตะต้องตัว ลั่นอยากได้เมีย ไม่เข็ดแม้ถูกสาววัย 27 ปี หลอกสูญเงิน 10 ล้าน

จากกรณี นายนรศักดิ์ ศรีพิรุณทิพย์ หรือ “ลุงเจ๊ก” อายุ 63 ปี อยู่บ้าน ม.14 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ให้เอาผิด น.ส.ชนกนันท์ หรือ นัดดา อายุ 27 ปี ที่หลอกต้มตุ๋นเงินไปกว่า 10 ล้านบาท ทั้งหลอกจะแต่งงาน หลอกให้โอนเงิน ทั้งแอบโอนเงิน และหลอกให้เอาที่ไปขาย

รวบสาวหลอกลุงสายเปย์ สูญเงิน 10 ล้าน ลุงยังห่วง เอาผ้าห่ม-พัดลมมาให้ถึงห้องขัง
วันนี้ (8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปพบกับ นายนรศักดิ์ หรือ เจ๊ก ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ตอนเป็นหนุ่มมุ่งแต่หาเงินเก็บอย่างเดียว พอรู้ตัวว่าแก่แล้ว ก็อยากจะมีลูกเป็นของตัวเอง และต้องการแม่ของลูกอายุประมาณ 25 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี

ที่ผ่านมาถูกหญิงสาวหลอกโอนเงินมาแล้วหลายครั้ง ที่จำได้คนที่ตกลงจะแต่งงานด้วยกัน มีน้องใจกังวน ชาวกำแพงเพชร โอนเงินให้ไปก่อน 100,000 แล้วเบี้ยวงานแต่ง คนที่ 2 ชื่อน้องภัทรวดี อายุ 23 ปี ชาวปากน้ำ จ.สมุทรปราการ คนนี้โอนเงินช่วยแม่ป่วยมะเร็ง 150,000 บาท แล้วหายไป คนที่ 3 เป็นชาวม้ง ชื่อ ฉัตรจริยา หรือ นิด คนนี้โอนไป 100,000 บาท

ไม่รวมกับที่มาๆ ไปแวะมาที่บ้าน แล้วโอนเงินให้อีกคนละไม่น้อยกว่า 100,000 รวมทั้งหมดในปลายปี 63 มาจนถึงตอนนี้ไม่น้อยกว่า 15 คน ทั้งหมดไม่เคยแตะต้องตัว เพราะให้เกียรติที่ยังไม่ถึงวันแต่งงาน แต่คนนี้หนักสุดเสียไปกว่า 10 ล้านบาท

นายนรศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะมีเมีย ยังรับสมัครอยู่ แต่ขอมาด้วยความจริงใจพร้อมถวายชีวิตให้ พร้อมรักไปตลอดชีวิต แต่จะไม่โอนเงินไปก่อนอีกแล้ว ถ้าอยากจะมาใช้ชีวิตกับลุง ยังรับสมัครอยู่ “ลุงยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่” แต่ในบัญชีตอนนี้เหลือ 240 บาท

ด้าน น.ส.สาวิตรี อายุ 33 ปี เพื่อนบ้านของลุงเจ๊ก เล่าว่า ลุงเป็นคนเปิดเผย คบกับผู้หญิงคนไหนมักจะมาเล่าให้ฟัง และยอมรับว่าโอนเงินให้หญิงสาวหลายครั้ง แต่ไม่ทราบจำนวน มีผู้หญิงเข้ามาหาลุงเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ 1-3 วัน แล้วหอบกระเป๋าออกจากบ้านไป สาเหตุคาดว่าลุงเคยหาเงินเก็บมาแทบทั้งชีวิต หวังจะมีความสุขในบั้นปลาย จึงทำให้เกิดเรื่องในลักษณะดังกล่าว

สาวคาราโอเกะปีนระเบียงชั้น 3 ไปหาเพื่อน เพราะขี้เกียจลงบันได พลัดร่วงนอนเจ็บคากันสาด

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 8 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนพลัดตกระเบียงชั้น 3 ค้างอยู่บนหลังคากันสาด ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ใน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม

ที่เกิดเหตุพบนางสาวมะโนละกอน อายุ 43 ปี ชาวลาว เจ้าของร้านคาราโอเกะ นอนอยู่บนหลังคากันสาดของอาคาร สภาพแขนซ้ายหักทั้ง 2 ข้าง แผลฉีกขาดฉกรรจ์ ถูกหลังคาบาด กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบประสานรถกระเช้าของเทศบาลเมืองบ้านสวน เพื่อมานำตัวคนเจ็บลงจากหลังคา แล้วนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี

จากการสอบถามนายเกษม ปุณศิริกุล เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมเล่าว่า จากการสอบถามคนเจ็บบอกว่าต้องการจะข้ามจากระเบียงห้องพักของตนเอง เพื่อไปหาเพื่อนที่อยู่ตึกข้างกันแต่ขี้เกียจลงมาเพราะอยู่ชั้น 3 หากเดินลงมาก็หลายชั้น จึงใช้การปีนข้ามระเบียงหลังห้อง แต่พลาดจึงทำให้ร่วงตกจากระเบียง

ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจะปีนมาหาเพื่อนที่อยู่ตึกข้างกันแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้คงพลาดจึงทำให้ร่วงจากระเบียงของชั้น 3 ดังกล่าว

ทางด้านตำรวจจะได้รอให้คนเจ็บรักษาตัวจนหายดี ก่อนเพื่อจะได้เรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป

สิงคโปร์เดือด! จี้ชะลอประหารหนุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ คดีลอบขนเฮโรอีน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ชะลอการประหารชีวิตนายนากาเอนธรัน เค ธรรมะลิงัม ชาวมาเลเซียผู้มีความผิดปกติด้านการเรียนรู้ ที่ถูกจับเมื่อปี 2552 ขณะอายุ 21 ปี จากการลักลอบขนเฮโรอีน 43 กรัมมายังสิงคโปร์ และมีกำหนดถูกประหารชีวิตในวันพุธนี้ (10 พ.ย.)

นอกจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังมีการล่ารายชื่อออนไลน์เพื่อยับยั้งการตัดสินใจดังกล่าว ที่มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 62,000 รายชื่อ

กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า ชายคนดังกล่าวมีความฉลาดทางสติปัญญาเพียงแค่ระดับ 69 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ และเชื่อว่านายนากาเอนธรันน่าจะถูกบังคับใช้ขนเฮโรอีนเข้ามาจากกลุ่มค้ามนุษย์

ด้านนายอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็เคยเขียนจดหมายถึงนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ให้ผ่อนปรนต่อชายคนนี้ ขณะเดียวกันก็มีตัวแทนของสหภาพยุโรปที่เคยออกแถลงการณ์ให้ยุติการประหารชายคนนี้ด้วย

สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่มีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลก และถ้าหากศาลตัดสินให้มีความผิดจากการนำเฮโรอีนเข้ามาในประเทศมากกว่า 15 กรัมจะถูกประหารชีวิต แต่มีการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2557 ให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการให้จำคุกตลอดชีวิตแทน ถ้าหากจำลายเป็นแค่ผู้นำส่งหรือมีความผิดปกติทางสมองหรือจิตใจ

ลุงเมาทุบเครื่องมือแพทย์ น้อมรับผิดขอโทษทุกคน บอกเครียดเรื่องแม่ต้องฟอกไต

จากกรณีลุงวัย 65 ปี ที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาลพุทไธสง อ.พุทไธสง บุรีรัมย์ ยอมรับเมาไม่รู้สึกตัว มารู้ตอนหายเมา ยอมรับผิดทุกประการ สาเหตุเพราะเครียดที่แม่ต้องฟอกไต และอาการทรุดถูกส่งตัวไปรักษาต่อ

แตกตื่นทั้ง รพ. ลุงเมาทำลายเครื่องมือแพทย์ สูญเกือบแสน หายเมาจำเรื่องที่ก่อไม่ได้
วันที่ 8 พ.ย.64 นายมานิตย์ ศรีแสนยศ อายุ 65 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เดินทางมาให้ปากคำ ต่อ ร.ต.อ เดชา บุตรวิเศษ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ หลังจากได้ก่อเหตุ ใช้กำปั้นตีกระจกประตูแตก แล้วทุ่มเครื่องมือวัดความดันมูลค่า 75,000 บาท จนเสียหาย เหตุเกิดเมื่อ เวลาประมาณ 19.00 น.ในวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยนายมานิตย์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนในคลิปที่ก่อเหตุจริง ยอมรับว่าช่วงเกิดเหตุไม่รู้สึกตัว เพราะเมาสุราหนัก มารู้ตอนสร่างเมาแล้ว และเมื่อลำดับเหตุการณ์แล้ว น่าจะเป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหา

นายมานิตย์ ยังขอโทษแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลพุทไธสง ที่เข้าไปก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว รู้สึกผิดและจะขอรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาไม่ค่อยกินเหล้า
แต่วันเกิดเหตุกินเหล้าเข้าไป เพราะเครียด ที่แม่ป่วย ต้องฟอกไตประจำ และล่าสุดต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ทำให้คิดหนัก และหันมาดื่มเหล้า ขอโทษประชาชนที่ทราบข่าว หลังจากนี้จะไม่ก่อเหตุอีกแล้ว ส่วนทางคดีแล้วแต่กระบวนการยุติธรรมจะตัดสิน ตนพร้อมรับผิด สล็อต

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *