IMF ลดคาดการณ์ เศรษฐกิจ เอเชียเหลือ 6.5% เตือน Covid-19 ระลอกใหม่จะกระทบการเติบโต

IMF ลดคาดการณ์ เศรษฐกิจ เอเชียเหลือ 6.5% เตือนCovid-19ระลอกใหม่จะกระทบการเติบโต
กองทุนการเงินระหว่างประเทศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชียในปีนี้ พร้อมเตือนว่าการระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อจะเพิ่มความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาค

รายงานของ IMF คาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจเอเชียจะเติบโต 6.5% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือน เม.ย. ที่อยู่ที่ 7.6% เนื่องจากตัวเลขติดเชื้อที่พุ่งขึ้นจากเชื้อสายพันธุ์เดลตากระทบการบริโภคและผลผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ถึงอย่างนั้นเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก

ส่วนคาดการณ์เศรษฐกิจของเอเชียในปีหน้าIMFปรับเพิ่มไปที่ 5.7% จากที่คาดว่าจะขยายตัว 5.3% เนื่องจากมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันCovid-19ในวงกว้าง

สำหรับเศรษฐกิจของไทยปีนี้IMFคาดว่าจะขยายตัว 1%และ4.5%ในปีหน้าต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ2.6%และ5.7%ตามลำดับ

รายงานยังระบุว่า 5 ประเทศอาเซียนได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงจากการแพร่ระบาดของCovid-19ระลอกใหม่และการบริโภคในภาคบริการที่อ่อนแอ

ขณะที่เศรษฐกิจของจีนปีนี้ตะเติบโต 8.0% และ 5.6% ในปี2022แต่การฟื้นตัวยังไม่สมดุลเนื่อจากการแพร่ระบาดของCovid-19ระลอกใหม่และการคุมเข้มทางการคลังยังส่งผลกระทบกับการบริโภค

นอกจากนี้IMFเตือนว่าการกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบปกติของธนาคารกลางสหรัฐFedอาจทำให้กระแสเงินทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย และทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

สธ.รณรงค์คนท้องฉีดวัคซีนโควิดพบ 6 เดือนดับ 95 ศพเด็กในครรภ์ตาย 46 ชีวิต

กระทรวงสาธารณสุข เผยหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ-เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังไม่ฉีดวัคซีนพบ 1 เม.ย.-16 ตค. ดับแล้ว 95 ศพเด็กในครรภ์ตาย 46 ชีวิตอันตรายกว่าผลข้างเคียงย้ำวัคซีนที่นำเข้ามามีความปลอดภัย
นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพและโฆษกกรมอนามัยกล่าวถึงการติดเชื้อโควิด 19 และผลการรณรงค์ฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ว่าขณะนี้ทั่วโลกมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิดพบว่าสัดส่วนการเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าภาวะปกติถึง 50-60% และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในหลายประเทศโดยในยุโรปและสหรัฐอเมริกาพบประมาณ 25% สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ ต.ค. 2563 – ก.ย. 2564 มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด 192 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตจากโควิด 19 ถึง 78 รายคิดเป็น 38% ซึ่งถือว่าสูงมาก

สำหรับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 เม.ย. – 16 ต.ค. 2564 มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 4,778 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกทม.ปริมณฑลและ 3 จังหวัดชายแดนใต้ทารกติดเชื้อจากมารดา 226 รายหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 95 รายทารกที่อยู่ในครรภ์เสียชีวิต 46 รายกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนก.ค. 2564 ตั้งเป้าหมาย 1 แสนคนขณะนี้ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 7.5 หมื่นคนเข็มสอง 5.1 หมื่นคน และได้รับการกระตุ้นเข็ม 3 จำนวน 526 คนส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ตั้งครรภ์ ภาพรวมผลหลังการรณรงค์ฉีดวัคซีนในระดับเขตสุขภาพ พบว่า ภาคตะวันออกฉีดได้สูงสุด 40% และภาคกลาง อาทิ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ได้กว่า 30% ส่วนภาคอีสานฉีดได้เพียง 10-20%

“จำนวนหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ที่ต้องได้รับวัคซีนมีประมาณ 3 แสนรายขณะนี้ฉีดได้เพียง 7.5 หมื่นรายหรือประมาณ 25% จึงต้องเร่งรณรงค์ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนให้มากขึ้นเนื่องจากพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อประมาณ 95% ไม่ได้รับวัคซีนเป็นสาเหตุทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตจึงขอให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ฟรีที่สถานบริการของรัฐใกล้บ้าน หรือคลินิกฝากครรภ์ สำหรับหญิงให้นมบุตรสามารถฉีดวัคซีนได้ไม่มีผลต่อน้ำนม และประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยงหรือผลข้างเคียง” นายแพทย์เอกชัยกล่าว

นายแพทย์เอกชัยกล่าวต่อว่าจากผลสำรวจอนามัยโพลหญิงตั้งครรภ์กับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ระหว่างวันที่15 – 29 ก.ย. 2564จากหญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ1,165คนพบว่า 98% ฝากครรภ์แล้วอยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านมากกว่า 2 คนขึ้นไปโดยครึ่งหนึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย 60% ตั้งใจจะฉีดวัคซีนส่วนที่เหลือยังลังเล โดย 1 ใน3มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ผลข้างเคียง ไม่มั่นใจประสิทธิภาพ ส่วนที่เหลือเป็นเหตุผลอื่น เช่น ไม่ทราบว่า จะไปฉีดที่ไหน ไม่มีเวลา เป็นต้น

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ สมาคมโรคติดเชื้อฯและกระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลตรงกันว่าจากรายงานการศึกษาวิจัยในต่างประเทศยืนยันวัคซีนสูตรไขว้สามารถฉีดในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัยผลข้างเคียงไม่ต่างจากคนทั่วไปและหายเองได้ เช่น ปวดศีรษะ ไข้เล็กน้อย อ่อนเพลีย เป็นต้น สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น ขอให้ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention)สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่างเมื่อเข้าที่ชุมชน ล้างมือ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น แยกรับประทานอาหาร และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมในบ้าน ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะต้องเพิ่มความระมัดระวัง และป้องกันตนเองขั้นสูงสุดเช่นกัน

“โควิดชลบุรี”ตายอีก 4 พบไม่ได้ฉีดวัคซีน เจอติดเชื้อใหม่ 328 ราย

ชลบุรี-พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก328รายจากคลัสเตอร์สถานประกอบการชุมชน เสียชีวิตเพิ่ม 4 รายมีประวัติเป็นผู้สัมผัสคนในครอบครัวซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าและมีโรคประจำตัวไม่ได้ฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19รายใหม่จำนวน 328 รายเสียชีวิต 4ราย รวม 684 ราย

ผู้ติดเชื้อใหม่มาจาก 1.Clusterที่พักแรงงานก่อสร้างหมู่1ตำบลสุรศักดิ์อำเภอศรีราชา 6 รายสะสม 11 ราย 2. Clusterแคมป์ก่อสร้างบริษัทซีเอแซด(ประเทศไทย)จำกัด อำเภอศรีราชา 5 ราย สะสม 83 ราย 3.Cluster บริษัทชองอิล(ไทยแลนด์)จำกัด อำเภอศรีราชา 5 ราย สะสม 15 ราย 4. Clusterค้นหาเชิงรุกชุมชนช่องแสมสารอำเภอสัตหีบ4รายสะสม69ราย5สถานประกอบการในจังหวัดระยองหลายแห่ง 11 รายสะสม4,122ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,704 ราย

6. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 10 ราย 7. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด (กทม.) 1 ราย 8.สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน(ครอบครัว122ราย,สถานที่ทำงาน60ราย,บุคคลใกล้ชิด10ราย) 9. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 25 ราย 10. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 69 ราย

การระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายนเริ่มจากแหล่งสถานบันเทิงสู่ครอบครัวมาสู่เพื่อนร่วมงานมาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงานแรงงานซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกันหรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในที่มีผู้คนรวมตัวกัน ทั้งในในสถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง และชุมชนที่พักอาศัย ค่ายทหาร ขอความร่วมมือ แหล่งชุมชุมชนดังนี้ ตลาด 1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย 2. ไม่สังสรรค์3. ป่วยต้องหยุด 4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ 5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา 6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน 7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน 8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง9 มีการสุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ เสือ มังกร

สถานประกอบการ 1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า 2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย 3. ป่วยต้องหยุด 4. จุดสัมผัสร่วมต้องทำความสะอาดบ่อยๆเช่นลูกบิดราวบันไดสแกนนิ้วมือเซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที 5.เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคลใส่แมสก์ตลอดเวลาล้างมือบ่อยๆอยู่ห่างๆกัน 6 สุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ

การควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดชลบุรี อยู่บนพื้นฐานของสมดุลระหว่าง การควบคุมโรค เศรษฐกิจ สังคม

เสียชีวิตรายใหม่ทั้ง 4 รายของวันนี้ เป็นผู้สูงอายุ 3 รายอายุเฉลี่ย 80ปีและผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นผู้สัมผัสในครอบครัวของผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือการมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หอบหืด โรคหัวใจ และทุกรายไม่พบประวัติการรับวัคซีน ดังนั้น การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้มีอัตราป่วยหนักหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 มากกว่ากลุ่มอื่น

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *